หนึ่งในแรงผลักดันให้เกิด innovation ต่างๆ ด้าน FinTech อย่างรวดเร็ว ก็คือการที่บริการต่างๆ เปิด API ของตัวเองเพื่อให้บริการอื่นๆ สามารถเข้ามาทำงานเชื่อมต่อกันได้ เช่น

ฝั่งที่เรายังไม่ค่อยเห็นเปิด API ก็คือธนาคารพาณิชย์นี่แหละครับ ซึ่งเป็นเป็นกลุ่มผู้เล่นที่มีลูกค้ามากที่สุด และมีธุรกรรมมากที่สุด จึงมีความกังวลกับการเปิด API มากที่สุด ทั้งความกลัวว่า FinTech Startup จะสร้างบริการมาแย่งลูกค้า และความกังวลด้านความปลอดภัย cyber security

แต่อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการค่อยๆ เปิดข้อมูลและบริการภายในของธนาคาร ให้นักพัฒนาภายนอกสามารถเชื่อมต่อได้ ก็จะกลายมาเป็นความได้เปรียบทางธุรกิจในอนาคตอย่างค่อนข้างแน่นอน ดังนั้นธนาคารที่มีความพร้อมก็จะค่อยๆ เปิด API ให้ได้ใช้กันบ้าง โดยน่าจะเริ่มจาก Enquiry API ให้เรียกดูข้อมูลต่างๆ ได้ก่อน แล้วขยายไปเป็น Transaction API ให้ทำธุรกรรมได้ในอนาคต

เมื่อต้นปี 2017 ธนาคาร Standard Chartered เปิด Developer Portal ให้สมัครและลองใช้ API ได้ มาดูกันคร่าวๆ นะครับ

Standard Chartered แบ่ง API ตามกลุ่มลูกค้า คือ API สำหรับลูกค้า retail และ API สำหรับลูกค้า corporate

ลูกค้า retail

ในด้าน retail ตอนนี้มี API สองอย่าง คือ The Good Life API ที่เอาไว้ดึงข้อมูลสิทธิพิเศษต่างๆ เช่น ส่วนลดร้านอาหาร โดยเลือก filter ข้อมูลได้ตาม ประเทศ และประเภทสิทธิพิเศษ หรือดึงตามละติจูด ลองจิจูด

Response ของ The Good Life API จะเป็น JSON หน้าตาแบบนี้ มีรายละเอียดเช่น ร้านอยู่ที่ไหน ส่วนลดกี่เปอร์เซ็นต์ ใช้ได้ช่วงวันที่เท่าไหร่

ส่วน Lead Management System API เอาไว้จัดการข้อมูล lead (lead คือ potential customer) ซึ่งส่วนนี้เอกสารยังไม่ค่อยครบ แต่ดูแล้วน่าจะทำไว้ให้ร้านค้าหรือบริษัททำ SMS campaign ให้ลูกค้าส่ง SMS เข้ามา แล้วระบบก็จะสร้าง lead ให้ และให้ดึงข้อมูลเพื่อนำไปทำกิรกรรมขายต่อไป

รวมๆ แล้วฝั่ง retail นี่ยังไม่ยอมให้เข้าไปยุ่งกับข้อมูลธุรกรรมอะไรของลูกค้าเลย

ลูกค้า corporate

มาฝั่งลูกค้า corporate บ้าง ด้านนี้ API เปิดให้ทำอะไรกับข้อมูลธุรกรรมระดับนึง เช่น สามารถดึงข้อมูลบัญชี และข้อมูลธุรกรรมแยกตามประเภทได้

ตัวอย่างข้อมูลบัญชี มีชื่อบัญชี จำนวนเงินในบัญชี เข้าใจว่าน่าจะใช้กับลูกค้าในเมืองไทยได้ครับ

ความเห็น

แม้ตัว API จะยังเอามาทำอะไรได้ไม่มากนัก แต่ผมเชื่อว่ากว่าจะออกมาเปิด API ได้แบบนี้ทีมไอที Standard Chartered คงต้องผ่านกระบวนการภายในมามากทีเดียว Architecture ของระบบภายในต้องถูกปรับมาพอสมควรถึงจะ expose ข้อมูลผ่าน API ได้แบบนี้ และผู้บริหารธนาคารก็ต้องมีวิสัยทัศน์และความกล้าตัดสินใจ ที่อนุมัติให้โปรเจคนี้ผ่านออกมาได้ เข้าใจว่านี่เป็นผลงานของทีมที่สิงคโปร์ครับ

หลังจากมีประสพการณ์มากขึ้น ผมคิดว่า Standard Chartered คงจะพยายามเปิด API ส่วนที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมมากขึ้น ซึ่งจะเป็นจุดที่ให้ Partner เอามาทำอะไรน่าสนใจได้อีกเยอะเลยครับ

ถ้าอยากดูว่าธนาคารที่เปิด API ของตัวเองเต็มๆ แล้วเค้ามี API อะไรให้ใช้บ้าง ขอเชิญไปดูของธนาคารสเปนชื่อ BBVA ครับ 🙂

LEAVE A REPLY