Cryptocurrency เช่น Bitcoin มีคุณสมบัติที่ดีหลายอย่าง จึงทำให้ได้รับความสนใจมากจนตอนนี้ market capitalization รวมกันมากกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญแล้ว

crypto-market-cap

Tokenization ก็คือการเอาทรัพย์สินต่างๆ เช่นทองคำ ฉโนด หรือหุ้นกู้ ไปไว้บน blockchain เพื่อให้การซื้อขายทรัพย์สินพวกนี้ได้รับอานิสงค์จากเทคโนโลยี blockchain เช่นเดียว cryptocurrency เช่น

  • การซื้อขายและเปลี่ยนได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องมีตัวกลาง (Anonymity & Decentralization)
  • ไม่ต้องสร้างบัญชีผู้ใช้ (User Account) เพราะทุกคนใช้ private key ในการยืนยันตัวตน
  • ค่าธรรมเนียมที่ต่ำมาก
  • ธุรกรรมต่างๆ เป็นที่สุด ไม่มีการยกเลิกเหมือนบัตรเครดิต (Immutability)

ว่าแต่ทรัพย์สินที่ว่ามานี้มันมีตัวตน แล้วจะไปอยู่บน blockchain ได้ยังไง? คำตอบก็คือการสร้างตัวแทนของมัน (Token) ไว้่บน blockchain แล้วก็ซื้อขายแลกเปลี่ยน Token นั้นแทน

นึกถึงชิปที่เราแลกในคาสิโน ตัวมันเองไม่ได้มีมูลค่า แต่ทุกคนในคาสิโนยอมรับมันเป็นตัวแทนของเงินจริงๆ ในการทำธุรกรรมระหว่างกัน และสามารถแลกเงินเป็นชิป และชิปกลับเป็นเงินได้

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น เราจะยกตัวอย่างด้วยทองคำนะครับ

Gold Token: Digix.io

Digix.io เป็นบริษัทตั้งอยู่ใกล้ๆ เรานี่เองที่สิงคโปร์ เค้ามีวิธีการสร้าง Gold Token ขึ้นมาเพื่อให้มีความน่าเชื่อถือสูง ด้วยกระบวนการที่ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก

ส่วนแรกคือการ “ลงทะเบียน” ทองคำ โดยผู้ค้า (Vendor) จะเอาทองคำไปเก็บไว้กับผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian) และมีผู้ตรวจสอบ (Auditor) ยืนยันการคงอยู่ของทองคำและรายละเอียดต่างๆ เช่นหมายเลขทะเบียนบนแท่งทองคำอีกครั้ง ก่อนที่จะออกใบรับรองที่เรียกว่า Proof of Asset (PoA) Ownership Card ให้กับผู้ค้า โดย PoA จะมีลายเซ็นต์ดิจิตัลของ Vendor, Custodian, และ Auditor

digix-product-life-cycle
Digix product life cycle

ส่วนที่สองคือการพิมพ์ (Mint) Gold Token ออกมา โดยในกระบวนการนี้ผู้ค้าจะส่ง Asset Card ไปที่ Minter (เป็น smart contract) ซึ่งจะรับ Asset Card ไว้และออก Gold Token ส่งคืนให้ผู้ค้า โดย 1 Gold Token เป็นตัวแทนทองคำ 1 กรัม

ในทางกลับกัน ใครก็ตามที่มี Gold Token ก็สามารถจะส่ง Token ไปหลอม (Recast – เป็น smart contract อีกอันนึง) กลับเป็น Ownership Card ซึ่งเมื่อได้มาแล้วก็สามารถนำไปแลกเป็นทองคำจริงๆ จากผู้รับฝากทรัพย์สินได้ (ขั้นต่ำครั้งละ 100 กรัม)

ใบรับรอง PoA และ Digix Gold Token (DGX) อยู่บน Ethereum blockchain แต่กระบวนการทั้งหมดนี้ ถูกคุ้มครองภายใต้กฎหมายของประเทศสิงคโปร์ครับ หมายความว่า ใครที่มี Ownership Card อยู่และต้องการจะแลกเป็นทองคำ ก็ค่อนข้างมั่นใจได้ว่าจะทำได้จริง

นอกจากนั้น Digix ยังเลือก 3 party สำคัญที่พูดถึงข้างบนคือ Vendor, Custodian, และ Auditor เป็นบริษัทที่อยู่มานานและมีชื่อเสียง เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือขึ้นอีกขั้นนึง

  • ผู้ค้าทองคำ (Vendor) คือ Value Max เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นที่สิงคโปร์
  • ผู้รับฝากสินทรัพย์ (Custodian) คือ Malca-Amit Precious Metals เป็นบริษัทซึ่งตั้งมานานกว่า 50 ปี มีห้องนิรภัยสำหรับทองคำและทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ อยุ่ที่สิงคโปร์
  • ผู้ตรวจสอบ (Auditor) คือ Bureau Veritas Inspectorate เป็นบริษัทเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1828 เป็นบริษัทลำดับต้นๆ ในด้านนี้ โดยนอกจากตรวจสอบตอนออก PoA แล้ว Bureau Veritas ยังมีหน้าที่ตรวจสอบทองคำในห้องนิรภัยทุกๆ 3 เดือน (ทั้งนับจำนวน และทดสอบคุณภาพ)

จะเห็นได้ว่ากระบวนการแน่นหนารัดกุมมาก เพื่อให้ความมั่นในในตัว Gold Token (DGX)

ห้องนิรภัยของ Malca-Amit
ห้องนิรภัยของ Malca-Amit, จาก malca-amit.com

Benefits

การที่ทุกๆ DGX มีทองคำในตู้นิรภัยรับรองมูลค่าแบบนี้ ก็คือการใช้มาตรฐานทองคำ (Gold Standard) เหมือนที่ประเทศต่างๆ เคยใช้ในสมัยก่อนนั่นเอง ซึ่งทำให้ DGX มีประโยชน์ในสองด้านที่สำคัญคือ

  1. ใช้ซื้อ-ขายแทนทองคำจริงสำหรับคนที่ต้องการลงทุนในทองคำ โดยได้รับความสะดวกแบบเดียวกับ digital currency อย่าง bitcoin นอกจากนี้ สิ่งที่น่าสนใจมากคือเราสามารถซื้อ-ขายปริมาณน้อยๆ ได้ (ย่อยได้เล็กสุด 0.001 DGX หรือ 1 มิลลิกรัม หรือประมาณ 1 บาทกว่าๆ เท่านั้นเอง) โดยไม่มีผลกระทบกับราคา ซึ่งแตกต่างจากการซื้อขายทองคำปกติ ที่ยิ่งซื้อน้อยจะยิ่งแพง (อาจแพงกว่าซื้อทองคำแท่งได้ถึง 10%)
  2. ใช้เป็น digital currency ที่มีความน่าเชื่อถือสูงและราคาไม่เหวี่ยง ตอนนี้หลายคนก็ยังไม่เชื่อ bitcoin หรือ digital currency อื่นๆ ว่าสักวันหนึ่งมูลค่ามันจะหายไปเป็นศูนย์หรือเปล่า หรือร้านค้าอาจจะไม่กล้ารับ bitcoin เพราะไม่เชื่อในมูลค่าของ digital currency แต่เมื่อ DGX มีทองคำจริงเป็นแบ็คจึงช่วยลดความกังวลนี้ไปได้ และราคาของ DGX ก็ไม่หวือหวาจากการ trading เพราะราคาไปผูกอยู่กับทองคำนั่นเอง

ซึ่ง Digix ไม่ได้หยุดธุรกิจไว้ที่ทองคำเท่านั้น แต่ตั้งเป้าหมายที่เอาระบบ Proof of Asset มาใช้กับทรัพย์สินอีกหลายๆ ประเภท และสร้าง ecosystem ของธุรกิจ tokenized assets ขึ้นมา

 

ทีมของ Digix มาจากหลายประเทศ แต่มาเลือกตั้งบริษัทที่สิงคโปร์เพราะเค้าบอกว่ารัฐบาลและ regulator สนับสนุนดีมากครับ

LEAVE A REPLY