ในตอนที่ 1 ของซีรีส์ได้รีวิว Venmo ที่เป็น Payment App เจ้าตลาดอเมริกาไปแล้ว ซีรีส์ FinTech Review วันนี้จะมารีวิว Circle กันบ้าง แม้ว่าโดยผิวเผิน Circle ดูจะเป็น Payment App อีกตัวนึงในตลาดเท่านั้น แต่ถ้ามองลึกลงไปแล้วมีความน่าสนใจพอสมควร

What is Circle

circle-send

ในการใช้งานทั่วไป เราสามารถส่งเงิน และ request เรียกรับเงินจากเพื่อนได้ โดยนอกจากจะใส่ข้อความสั้นๆ แบบ Venmo แล้ว ใน Circle เราสามารถแนบรูปประกอบไปด้วย (รูปจากมือถือ เลือก animated gif จาก giphy) เพิ่มสีสันในการใช้งานพอสมควร

แต่ในเมนูหลักของ Circle เราจะเห็นอีกสองฟังก์ชั่นหลักก็คือการซื้อและขาย Bitcoin

circle-menu

ซึ่งฟังก์ชั่น ส่ง/รับเงิน และซื้อ/ขาย bitcoin นี่มีความสัมพันธ์กัน เพราะยอดเงินในบัญชี Circle นั้นเก็บเป็น Bitcoin (BTC)

  • เวลาเติมเงินเข้า Circle เราสามารถโอนจากบัญชีธนาคาร หรือตัดจากบัตรเดบิตก็ได้ แล้วเงินที่เติมเข้ามาก็จะถูกแปลงเป็น Bitcoin โดยอัตโนมัติ
  • เวลาโอนเงินให้เพื่อน เราเลือกได้ว่าจะโอนเป็นจำนวนเงิน ($ หรือ €) หรือจำนวน Bitcoin (Ƀ) แต่การโอนจริงๆ จะเกิดขึ้นเป็นหน่วย Bitcoin
  • คนที่ได้รับเงินจะเก็บ Bitcoin ไว้ในบัญชี Circle หรือจะโอนเข้าบัญชีธนาคารและแปลงเป็นสกุลเงินปกติก็ได้

ขั้นตอนข้างบน ที่จริงแล้วไม่ต่างจากการโอนเงินด้วย Payment App อื่นๆ ซักเท่าไหร่ แต่พอมีการพูดถึง Bitcoin หลายคนก็ยังกลัว หลังๆ นี้ Circle ก็เลยไม่ค่อยพูดถึง Bitcoin มากนัก (ถึงแม้ว่าจะยังใช้อยู่เหมือนเดิม) และพยายามทำแอปให้ดูใช้ง่ายขึ้น

ถ้าใครไม่อยากยุ่งกับ Bitcoin ก็สามารถโอนเงินสกุลปกติให้กันและกันได้โดยไม่ต้องแปลงเป็น Bitcoin ก่อน โดย Circle จะทำงานเบื้องหลัง แปลงเงินเป็น Bitcoin -> โอน Bitcoin -> แปลงกลับเป็นเงิน ให้โดยอัตโนมัติ ทำให้ไม่ถูกกระทบจากราคา Bitcoin ที่ขึ้นลง

ข้อดีของการใช้ Bitcoin เป็นโครงสร้างการจ่ายเงิน

การต้องแปลงเป็น Bitcoin ไปมา แบบนี้ดูจะซับซ้อนกว่าบริการอื่นอย่าง Venmo แล้ว Circle จะใช้ Bitcoin ไปเพื่ออะไรกัน?

ในตอนแรกคำตอบก็ยังไม่ชัดเท่าไหร่ จนกระทั่งได้เห็นข่าวที่ Circle ขยายบริการไปที่ยุโรปและประเทศจีน ซึ่งเริ่มทำให้เราเห็นภาพชัดขึ้นว่าข้อได้เปรียบของการใช้ Bitcoin เป็นตัวกลางการโอนเงินคืออะไร

จากสิ่งที่เรารู้ในตอนนี้ Killer Feature อาจจะเป็นการจ่ายเงินข้ามประเทศ/ข้ามสกุลเงิน เช่น

  1. A อยู่อเมริกา เติมเงินเข้า Circle ด้วยสกุลดอลล่าร์
  2. A โอนให้ B ใน Circle เป็น Bitcoin
  3. B อยู่ประเทศจีน ถอนเงินจาก Circle เข้าบัญชีธนาคารตัวเองเป็นสกุลหยวน

ซึ่งกระบวนการข้างบนนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในทันที ไม่ต้องรอข้ามวัน แถมทำได้โดยไม่มีค่าบริการเพิ่มเติมจากการแปลงสกุลเงิน (มีค่าบริการเติมเงินกับถอนเงินเข้าบัญชีเหมือนปกติ)

ซึ่งด้วยข้อดีแบบนี้ มีโอกาสที่จะ disrupt บริการ International Remittance อย่าง Western Union หรือบริการโอนเงินข้ามประเทศของธนาคารได้เลย

หลังๆ ก็เลยเห็น Circle โฆษณาบริการของตัวเอง ว่า

send money anywhere, in any currency, without friction (no delays or fees)

และแน่นอนว่าเมื่อ Circle ใช้ Bitcoin เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ก็สามารถจะโอนและรับเงินจาก Bitcoin wallet ต่างๆ ได้อีกด้วย

 

How Circle makes money

ตอนนี้ Circle ยังไม่ได้เปิดเผยแผนการสร้างรายได้

CEO ของ Circle เคยให้สัมภาษณ์ไว้หลายครั้ง ว่าเป้าหมายในช่วงแรกคือการสร้าง user base ขนาดใหญ่ในทุกตลาดทั่วโลก หลังจากนั้นถึงจะเริ่มหารายได้

ซึ่งโดยส่วนตัวผมคิดว่าไม่น่าห่วงเท่าไหร่ เนื่องจาก

  1. Circle ได้รับเงินลงทุนเยอะมาก (รอบล่าสุด 60 ล้านเหรียญ)
  2. Payment App มีวิธีการหารายได้ที่ค่อนข้างชัวร์อยู่แล้ว เช่นการเปิดให้ร้านค้ารับจ่ายค่าสินค้าผ่านแอป และ Circle ยังมีทางเลือกอื่นอีก เช่น
  3. Circle สามารถคิด spread จากการแปลงไป/มา ระหว่างสกุลเงินกับ Bitcoin ได้ ซึ่งน้อยกว่า spread ของการแลกเปลี่ยนสกุลเงินปัจจุบันอยู่มาก แถมยังเร็วกว่าบริการโอนเงินข้ามประเทศปัจจุบันอยู่มาก
  4. Cross-sell ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ โดยใช้ข้อมูลการใช้งานของลูกค้า เช่น ประกัน

1 COMMENT

LEAVE A REPLY